วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2552
มือถือเชื่อมเน็ต"เปิดช่องโหว่ภัยคุกคามเยาชน
แต่อีกทางหนึ่งความสามารถที่เหนือกว่าการเป็นเพียงอุปกรณ์สื่อสารด้วยเสียงได้นำพาภัยคุกคามมาสู่ผู้ใช้ที่ยังไม่มีวุฒิภาวะจะตัดสินใจได้ว่าสิ่งที่พวกเขาได้รับ และเห็นอยู่นั้นเหมาะสมแล้วหรือไม่
บทคาดการณ์หนึ่งของผู้เชี่ยวชาญในแวดวงอุตสาหกรรมโทรคมนาคมระบุว่า ภัยร้ายที่แฝงมาพร้อมกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่กำลังขยายพรมแดนสู่การใช้งานบนมือถือ ได้เริ่มทวีความวิตกกังวลให้พ่อแม่-ผู้ปกครองคิดหาหนทางที่จะสามารถควบคุมดูแลการใช้อินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ ส่วนตัวของบุตรหลานมากยิ่งขึ้น
เนื่องจากการควบคุมดูแลการใช้อินเทอร์เน็ตของเด็กๆ จากการใช้งานภายในบ้านทำได้ง่ายกว่าการใช้อินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งได้ถูกวางฐานะให้เป็นของใช้ส่วนตัว ทั้งยังเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของการใช้งานอย่างอิสระสำหรับผู้ใช้ทุกคน
นอกจากนี้แม้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบนมือถืออย่างเต็มประสิทธิภาพจะทำให้การใช้งานเครือข่ายหนักขึ้น กลับยิ่งทำให้ผู้บริการระบบเร่งพัฒนาเครือข่ายในการให้บริการ ทั้งยังประกาศเจตนารมณ์ในการขยายขีดความสามารถในการให้บริการอินเทอร์เน็ตบนมือถือมากยิ่งขึ้น
ความร่วมมือผู้ให้บริการระบบ
นายแฟรงค์ โรฟแคมป์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของโวดาโฟน กล่าวว่า แม้ปัจจุบันผู้ใช้จะสามารถเข้าดูเวบไซต์จากเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้มากกว่าเวบไซต์บนมือถือ แต่ในฐานะของผู้ให้บริการก็กำลังพยายามพัฒนาให้สามารถใช้งานเวบไซต์บนมือถือได้มากกว่าที่เคยเป็น
ขณะที่ประเด็นของความวิตกกังวลต่อภัยไซเบอร์จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่เร่งปฏิกิริยาให้ครอบครัวเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลการใช้อินเทอร์เน็ตของเด็กๆ แต่ปัญหาเรื่องของค่าใช้มือถือ, พฤติกรรมทางสังคม และการใช้มือถือในโรงเรียนก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการออกกฎระเบียบควบคุมการใช้มือถือของเด็กๆ มากยิ่งขึ้น
นายไมเคิล แอนเดอร์สัน รองประธานอาวุโสของเทลคอร์เดีย บริษัทซอฟต์แวร์ที่ช่วยดิสนีย์พัฒนามือถือเครื่องแรกที่ช่วยตรวจตราการใช้มือถือของเด็กๆ บอกว่า เทคโนโลยีเป็นเรื่องที่สามารถควบคุม และแนะนำได้ แต่หลายคนมองว่าผู้ให้บริการระบบพัฒนาเทคโนโลยีที่เปิดโอกาสให้ครอบครัวควบคุมดูแลพฤติกรรม และจำกัดการใช้มือถือของเด็กๆ ได้เป็นไปอย่างเชื่องช้า
อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวของ "ดิสนีย์ โฟน" ในสหรัฐ เมื่อปีที่ผ่านมาถือเป็นตัวอย่างหนึ่งของโทรศัพท์มือถือที่ช่วยเพิ่มอำนาจให้ผู้ปกครองควบคุมดูแลการใช้มือถือของเด็กๆ ซึ่งดูแลได้ถึงขั้นที่สามารถระบุได้ว่าเมื่อใดควรใช้มือถือ หรือเวบไซต์ใด้ที่สามารถเข้าได้ รวมถึงการควบคุมเพดานค่าโทรของเด็กๆ
ปิ๊งไอเดียพัฒนาซอฟต์แวร์คุมการใช้เวบ
ขณะที่ มุมของคอนเทนท์ก็มีการให้บริการคอนเทนท์ที่ไม่เหมาะสมผ่านเวบบนมือถือด้วยเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ผู้ให้บริการมีระบบป้องกันที่พัฒนาขึ้นโดยให้ผู้ใช้ยืนยันอายุในการเข้าใช้เวบไซต์ ทั้งในบางประเทศมีกฎหมายห้ามเผยแพร่เวบไซต์ลามกบนโทรศัพท์มือถือ
นอกจากนี้ "เจนโมบิ" กลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐได้เสนอแนะทางออกสำหรับครอบครัวที่ต้องการเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมดูแลการใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือของบุตรหลาน
โดยบริษัทได้พัฒนาโปรแกรม "บัซซ์ คิดซ์ (Buzz Kidz)" และ "บัซซ์ ทีนซ์ (Buzz Teenz)" ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่จะจำกัดการเข้าดูเวบไซต์บนมือถือ และบริการคุยผ่านโปรแกรมได้เฉพาะที่อนุญาตให้เข้าใช้ได้เท่านั้น ทั้งยังมีระบบตรวจจับการใช้คำไม่สุภาพโดยจะรายงานให้ผู้ปกครองทราบเมื่อมีการพิมพ์ข้อความแลกเปลี่ยนกันผ่านโปรแกรม
ปัจจุบันกำลังเจรจากับผู้ให้บริการระบบหลายราย ซึ่งคาดว่าจะสามารถให้บริการดังกล่าวได้ในแถบยุโรป สหรัฐ และเอเชีย
นายนิค เลน นักวิเคราะห์อาวุโสจากบริษัทที่ปรึกษาด้านโทรคมอินโฟม่าระบุว่า ความกังวลเกี่ยวกับคอนเทนท์ไม่เหมาะสมบนมือถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะทำให้เป็นเรื่องใหญ่ เนื่องจากความซับซ้อนของฟังก์ชันบนมือถือ และพัฒนาการของเครือข่ายในอนาคตอาจนำมาซึ่งปัญหาที่ใหญ่กว่า
"คอนเทนท์บนมือถือยังเป็นบริการที่อยู่ในกลุ่มจำกัด ซึ่งหากว่าในอนาคตเริ่มมีการใช้งานมากขึ้นก็อาจจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่ช่วยควบคุมดูแลในการให้บริการที่ ถูกที่ถูกทาง"
ข้อมูลจากกลุ่มสหภาพยุโรประบุว่า ในปีที่ผ่านมาประชากรยุโรปอายุระหว่าง 12-13 ปี ราว 70% มีมือถือเป็นของตัวเอง ขณะที่เด็กอายุระหว่าง 8-9 ปี ราว 23% มีมือถือเป็นของตัวเอง ใกล้เคียงกับสัดส่วนการมีมือถือของประชากรเยอรมันอายุระหว่าง 12-19 ปี ซึ่งราว 92% มีมือถือเป็นของตัวเอง
"ยุโรปเป็นกลุ่มประเทศผู้นำของโลกที่มีประชากรในวัยเด็กอายุระหว่าง 5-9 ปี มีมือถือใช้สูงที่สุดในโลก ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นในยุโรปอาจช่วยตัดสินได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพื้นที่ในส่วนที่เหลือของโลก" นายไมเคิล ชัลต์ซ หัวหน้าคณะผู้บริหาร (ซีอีโอ) และผู้ก่อตั้งเจนโมบิ กล่าว
วิวัฒนาการโทรศัพท์มือถือ
"ตำนาน ไปรษณีย์โทรเลขสยาม" พ.ศ.2429 ถึง พ.ศ.2468 ได้บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับโทรศัพท์ในประเทศไทยไว้ว่า ประเทศไทยได้นำเอาโทรศัพท์มาใช้เป็นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.2424 ตรงกับรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยกรมกลาโหม (กระทรวงกลาโหมในปัจจุบัน) ได้สั่งเข้ามาใช้งานในกิจการเพื่อความมั่นคงแห่งชาติ โดยติดตั้งที่กรมอู่ทหารเรือกรุงเทพฯ 1 เครื่อง และป้อมยามปากน้ำเจ้าพระยา จังหวัดสมุทรปราการอีก 1 เครื่อง รวม 2 เครื่อง เพื่อจะได้แจ้งข่าวเรือเข้าออกในแม่น้ำเจ้าพระยาให้ทางกรุงเทพฯทราบ
-พ.ศ.2429 กิจการโทรศัพท์ได้เจริญรุ่งเรืองขึ้น จำนวนเลขหมายและบุคลากรก็เพิ่มมากขึ้น
ยุ่งยากแก่การบริหารงานของกรมกลาโหม ดังนั้น กรมกลาโหมจึงได้โอนกิจการของ
โทรศัพท์ให้ไปอยู่ในการดูแลและดำเนินการของกรม ไปรษณีย์โทรเลข ต่อมา
กรมไปรษณีย์โทรเลขก็ได้ขยายกิจการโทรศัพท์จากภาครัฐสู่เอกชน โดยให้ประชาชน
มีโอกาสใช้โทรศัพท์ได้ ในระยะนี้เครื่องที่ใช้จะเป็น ระบบแม็กนีโต(Magneto)หรือระบบ
โลคอลแบตเตอรี่ (Local Battery )
-พ.ศ.2450 กรมไปรษณีย์โทรเลขได้สั่งโทรศัพท์ ระบบคอมมอนแบตเตอรี่
(Common Battery) หรือ เซ็นทรัล แบตเตอรี่(
สะดวกและประหยัดกว่าระบบแม็กนีโตมาก
พ.ศ.2479 กรมไปรษณีย์โทรเลขได้สั่งซื้อชุมสายระบบสเต็บบายสเต็บ(Step by Step)
ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติสามารถหมุนเลขหมายถึงกันโดยตรง โดยไม่ต้อง
ผ่านพนักงานต่อสาย(Operator) เหมือน โลคอลแบตเตอรี่ หรือ เซ็นทรัล
แบตเตอรี่
-พ.ศ.2497 เนื่องจากกิจการโทรศัพท์ได้เจริญก้าวหน้ามาก ประชาชนนิยมใช้
แพร่หลายไปทั่วประเทศ กิจการใหญ่โตขึ้นมากทำให้การบริหารงานลำบากมากขึ้น
เพราะกรมไปรษณีย์โทรเลขต้องดูแลเรื่องอื่นอีกมาก ดังนั้นเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์
-พ.ศ.2497 จึงได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติ
ตั้งองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยขึ้น โดยแยกกองช่างโทรศัพท์กรมไปรษณีย์โ
ทรเลขมาตั้งเป็นองค์การโทรศัพท์แห่ง ประเทศไทยขึ้น มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ
สังกัดกระทรวงคมนาคมมาจนถึงปัจจุบัน องค์การโทรศัพท์หลังจากที่ได้รับการ
จัดตั้งขึ้นแล้ว
ก็ได้รับโอนงานกิจการโทรศัพท์มาดูแล
-พ.ศ.2517 องค์การโทรศัพท์ก็สั่งซื้อชุมสายโทรศัพท์ระบบคอสบาร์(Cross Bar)
มาใช้งานระบบคอสบาร์เป็นระบบอัตโนมัติเหมือนระบบสเต็บบายสเต็บแต่ทันสมัยกว่า
ทำงานได้เร็วกว่า มีวงจรพูดได้มากกว่า และขนาดเล็กกว่า
พ.ศ.2526 องค์การโทรศัพท์ได้นำระบบชุมสาย SPC (Storage Program Control)
มาใช้งาน ระบบ SPC เป็นระบบที่ควบคุมการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์ (Computer)
ทำงานได้รวดเร็วมาก ขนาดเล็ก กินไฟน้อย และยังให้บริการเสริมด้าน อื่น ๆ ได้อีกด้วย
ในปัจจุบันชุมสายโทรศัพท์ที่ติดตั้งใหม่ ๆ จะเป็นระบบ SPC ทั้ง หมด ระบบอื่น ๆ
เลิกผลิตแล้ว ประเทศไทยเรากำลังเร่งติดตั้งโทรศัพท์เพื่อให้พอใช้กับประชาชน
ดังจะเห็นจากโครงการ 3 ล้านเลขหมายในแผนพัฒนาเศรษฐกิจ
และสังคมแห่งชาติฉบับที่ 7 และโครงการอื่น ๆ ต่อไป รวมทั้งวิทยุโทรศัพท์อีกด้วย
เพื่อเสริมให้ระบบสื่อสารในประเทศไทยมีประสิทธิภาพ เอื้ออำนวยต่อการ
พัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป
วิวัฒนาการโทรศัพท์มือถือ มีการพัฒนามาเรื่อยๆ สังเกตุได้จาก
• รูปร่างขนาดใหญ่ เป็น รูปร่างขนาดเล็ก
• ภาพหน้าจอขาว – ดำ เป็น ภาพหน้าจอ สี
• ใช้สำหรับพูดคุยระหว่าง คน 2 คน เป็น ประชุมสาย ตั้งแต่ 3 สายขึ้นไปได้
• ใช้ฟังเพลงได้ – ใช้ดูหนังได้ MP3
• เป็นกล้องถ่ายรูป – เป็นกล้องวีดีโอได้ อัดเสียงสนทนาได้
• ใช้เป็นเครื่องคิดเลข เป็น ออร์แกไนเซอร์ จดบันทึกข้อมูล
• และอีกหลายๆ คุณสมบัติของโทรศัพท์มือถือ ฯลฯ
ปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือ ได้พัฒนาการมามาก จะเห็นได้จากคุณสมบัติ อาทิเช่น
• สามารถใช้งานได้ทั้งโทรศัพท์และออร์แกไนเซอร์
• สามารถใช้งานได้ยาวนานโดยไม่ต้องชาร์ทไฟ
• สามารถบันทึกข้อมูลต่างๆ ได้ด้วยหน่วยความจำมากมายหากไม่พอซื้อเพิ่มได้
• รองรับระบบการใช้งานแบบ wireless Modem และ Business E-mail สามารถถ่ายโอนข้อมูลได้โดยใช้ Bluetooth หรือ USB
ใน ความคิดเห็นส่วนตัว โทรศัพท์ไม่เพียงแต่จะติดต่อสื่อสารกันเท่านั้น อาจทำงานให้เราได้ด้วย หรือ การพัฒนาการเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก เช่น PDA หรือ Pocket Pc ในอนาคตวิวัฒนาการของโทรศัพท์อาจจะเป็น เครื่องเจาะเวลาหาอดีต หรือ อนาคต ก็เป็นไปได้ เช่นนึกถึงอดีตเมื่อ 7 ปีที่ผ่านมาก็กด และ เราสามารถย้อนกลับไปในอดีตได้ หรือหากต้องการทราบอนาคต ก็กดปุ่มและไปยังอนาคตอีก 7 ปีข้างหน้าได้ โทรศัพท์มือถือ อาจจะเป็นอุปกรณ์ประหยัดน้ำมัน หากนำโทรศไปใช้บนรถยนต์ เนื่องจากในอนาคตรถยนต์อาจจะขับเคลื่อนด้วย ระบบเครือข่าย ผ่านดาวเทียม(อาจจะ) เนื่องจากน้ำมันราคาแพงขึ้นทุกวัน วิวัฒนาการต่างๆ เกิดจากการคิดที่หลุดกรอบ ดังนั้นใครจะรู้ว่า อาจมีโทรศัพท์มือถือเจาะเวลาหาอดีต หรือ โทรศัพท์มือถือประหยัดน้ำมัน ดังเช่นที่คนสมัยโบราณไม่เชื่อว่าเราจะบินได้โดยเครื่องบิน โทรศัพท์อาจจะมีขนาดเล็กเหมือนแหวน และพอจะใช้ก็แปลงร่างออกมาได้ใครจะรู้
ข้อมูลจาก : http://pirun.ku.ac.th
http://www.bangkaew.com